ผู้หญิงกับบทบาททางการเมือง

 

    การเมืองในระดับชาติถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ผู้หญิงจะต้องช่วงชิงมาให้ได้หลังจากที่ถูกปิดกั้นด้วย กำแพงที่มองไม่เห็นมานาน (หมายถึง เป็นกำแพงที่แฝงอยู่ในวัฒนธรรมมิได้ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในที่ใด) ที่เป็นเช่นนี้เพราะพื้นที่การเมืองถือเป็นที่ตั้งโครงสร้างทางอำนาจที่ครอบคลุมสังคมได้อย่างกว้างขว้างที่สุด เช่น เป็นแหล่งที่มาของกฎหมายอันไม่เป็นธรรมต่อสตรี หรือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้กำหนดมาตรการเพื่อความก้าวหน้าของผู้หญิงทั้งมวลได้  ต่อเมื่อผู้หญิงได้ก้าวเข้าไปในพื้นที่การเมืองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วเท่านั้น จึงสามารถก่อประโยชน์โภชผลอันแท้จริงต่อสถานภาพของผู้หญิงทั้งประเทศได้เส้นทางการเมือง เป็นที่ชัดเจนว่าเรื่องเล่าได้ประกอบสร้างให้ตัวเอกหญิงมีบทบาทโดดเด่นทั้งในเวทีทางเศรษฐกิจหรือหน้าที่การงาน และเวทีทางการเมืองรวมทั้งเสนอภาพผู้หญิงแบบใหม่ในช่วงที่เธอเป็นนักศึกษา เธอสานต่อความมุ่งหวังในด้านการเรียนรัฐศาสตร์และเธอเลือกที่จะดำเนินชีวิตบนเส้นทางสายธุรกิจและต่อมาก็ต้องแต่งานกับนักการเมืองไม่นานนักสามีของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต วปุน ถูกเลือกดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี แม้ว่าชีวิตบนเส้นทางการเมืองของตัวเอกหญิงจะมิได้ถูกขับเน้นมากนักแต่ก็กล่าวได้ว่าเธอมีความสามารถในสนามทางการเมืองไม่น้อยไปกว่าผู้ชายข้อคิดทางการเมือง การประกอบสร้างตัวเอกหญิงภายใต้ความเชื่อ จึงเป็นการตอกย้ำว่า ผู้หญิงจะมีอำนาจทางการเมืองก็ต้องเป็นสิ่งที่ผู้หญิงรับช่วงต่อจากผู้ชายเท่านั้น เมื่อพิจารณาให้ถึงที่สุด สิ่งที่ตัวบทยกย่องจึงมิใช่ความสามารถอันแท้จริงของผู้หญิง แต่คือบุญบารมีซึ่งผู้ชายเคยสั่งสมมานั่นเอง

         หนังสืออ้างอิง   เสนาะ  เจริญพร ผู้หญิงกับสังคมไทย มติชน 2548,302 หน้า